body{ -webkit-filter: grayscale(1); filter: grayscale(1); }



เรื่องโดย : ปรภัต จูตระกูล Team Content www.thaihealth.or.th
ผู้ให้สัมภาษณ์ : รศ.นพ.ปัญญา ไข่มุก กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), มูลนิธิหมอชาวบ้าน และนิตยสาร Sook ฉบับที่ 67
ภาพประกอบโดย : นัฐพร ชุ่มลือ Team Content www.thaihealth.or.th และแฟ้มภาพ

เคยไหม ที่นอนหลับอยู่ดี ๆ ตะคริวก็ถามหา?
เคยไหม ที่ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอยู่ดี ๆ ตะคริวก็มา?
ขนาดนั่งดูทีวีอยู่บ้านเฉย ๆ ก็เป็นตะคริวแบบไม่ทันตั้งตัว
แล้วจะทำยังไงให้ไม่เป็นตะคริวล่ะ?

ตะคริวกับการออกกำลังกาย

การเป็นตะคริวระหว่างออกกำลังกายเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ขาดน้ำ ความสมดุลของเกลือแร่ หรือการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ

เนื่องจากระบบกลุ่มของเส้นประสาทจะสั่งการให้ร่างกายหยุดการทำงาน (หดตัว) เมื่อถูกกระตุ้นหรือออกกำลังกายมากเกินไป รศ.นพ.ปัญญา

อธิบายว่า การเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายทำให้กล้ามเนื้อทำงานถึง 100% ได้ วิธีการเลี่ยงคือการทำเพียง 70% เช่น การวิ่งเหยาะ ๆ

วิ่งช้า ๆ แทนการวิ่งแบบหักโหมจะช่วยให้ไม่เป็นตะคริว และไม่บาดเจ็บ

นอกจากนี้ ‘ตะคริว’ ยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่จมน้ำ เพราะเมื่อมีอาการปวดและเป็นก้อนแข็งของกล้ามเนื้ออย่างฉับพลัน อาจทำให้ไม่สามารถว่ายน้ำต่อและจมน้ำในที่สุด

เพราะฉะนั้นการยืดเหยียดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายและไม่หักโหมจนเกิดไปจะช่วยลดอัตราการเกิดตะคริวได้ 

ตะคริวกับการนอน

หลายคนอาจเคยตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อที่เกิดจากการเป็นตะคริว ดังนั้น การรับมือกับอาการดังกล่าวคือการจัดท่าให้ตัวเองนอนสบาย ผ่อนคลาย

อาจใช้หมอนรองขาให้สูงจากเตียงประมาณ 10 เซนติเมตร ห่มผ้าให้ความอบอุ่น รวมทั้งการดื่มนมก่อนนอนจะช่วยเพิ่มแคลเซียมให้กับร่างกายได้อีกด้วย

เมื่อเกิด 'ตะคริว' แล้ว จะทำยังไงดีล่ะ? 

มีเทคนิคการดูแลกล้ามเนื้อบริเวณที่เกิดตะคริวมากมาย วันนี้ทีมเว็บไซต์ สสส. ได้ยกตัวอย่างวิธีง่าย ๆ ที่สามารถทำได้เองมาฝากกันครับ 

การจัดท่าทางเพื่อยืดกล้ามเนื้อที่เป็นตะคริว ต้องทำอย่างนิ่มนวลแล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มแรงยืดทีละน้อยจนสุดการเคลื่อนไหว ค้างไว้สักครู่จนกล้ามเนื้อคลายตัว

แต่ไม่ควรยืดแบบรุนแรง แบบเร็ว หรือแบบกระตุก เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ รศ.นพ.ปัญญา ได้แนะนำวิธีการยืดกล้ามเนื้อกรณีเกิดตะคริวที่เนื้อน่องว่า

สามารถใช้มือดันกดปลายเท้าค้างไว้เพียง 2 – 3 นาที จะช่วยให้อาการหดเกร็งผ่อนคลายลง  

การนวดที่กล้ามเนื้อควรสลับกับการยืดกล้ามเนื้อ เช่น การคลึงเบา ๆ ที่กล้ามเนื้อบริเวณตะคริว 1-2 นาที สลับกับการยืดกล้ามเนื้อ 1-2 นาที จะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว

แต่ไม่ควรบีบนวดอย่างรุนแรง เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดเกร็งมากขึ้น

การให้ความอบอุ่นหรือความร้อนแก่กล้ามเนื้อที่เป็นตะคริว กรณีเป็นตะคริวบ่อยครั้งควรใช้ความร้อนเข้าช่วย เช่น ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดพอหมาดประคบบริเวณที่เป้นตะคริว

หรือใช้กระเป๋าน้ำร้อนห่อด้วยผ้าขนหนู 2 ชั้นประคบประมาณ 20-30 นาที จะช่วยให้เลือดมาเลี้ยงกล้ามเนื้อ ลดอาการหดเกร็งได้

สำหรับการป้องกันการเกิดตะคริวสามารถทำได้ด้วยการเตรียมความพร้อมของร่างกายให้แข็งแรงอยู่สม่ำเสมอ บริโภคผักและผลไม้หรือสมุนไพรที่มีสารโพแทสเซียม แมกนีเซียมและแร่ธาตุต่าง ๆ

เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม มะเขือเทศ ส้ม แคนตาลูป เป็นต้น รศ.นพ.ปัญญา ให้เคล็ดลับเติมว่า หากสามารถยับยั้งตัวเองก่อนที่จะกล้ามเนื้อจะเกร็งจนถึง 100% ได้ ก็จะช่วยยับยั้งการเกิดตะคริวได้เช่นกัน

การออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อยู่สม่ำเสมอจะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สนับสนุนให้เกิดกิจกรรมทางกายในทุกกลุ่มวัย รวมถึงการรับประทานผักให้ได้อย่างน้อยวันละ 400 กรัม โดยแบ่งการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อด้วยสูตร 2:1:1 คือ ผักหรือผลไม้สองส่วน ข้าวหนึ่งส่วน และเนื้อสัตว์หนึ่งส่วน เพียงเท่านี้สุขภาพของคุณก็จะแข็งแรง ปลอดภัยไม่ต้องกังวลกับตะคริวอีกต่อไป

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องกับ 'ตะคริว' ได้ที่

ทำไมถึงเป็นตะคริวขณะออกกำลังกาย http://llln.me/s9l9rQr
เป็นตะคริวทำอย่างไรดี http://llln.me/qQ6iMdj
ตะคริวกลางคืนจัดการอย่างไร http://llln.me/A9CAE5t
https://www.thaihealth.or.th/NewsHealth.html

 

<